ท่านใดมี Facebook ขอความกรุณากด Like ให้ด้วยนะครับผม
ลิ้งค์ผู้สนับสนุน
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทดลองขับ ALL NEW LEXUS GS250 (ตอนที่1)  (อ่าน 10598 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Administrator
Hero Member
*****
คะแนนน้ำใจ 204
กระทู้: 602
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
| |
« เมื่อ: เมษายน 04, 2012, 10:01:33 PM »

                           

ทดสอบยนตรกรรมสปอร์ตจีทีรุ่นล่าสุด All New Lexus GS250 ตอนแรกกับการรีวิวอุปกรณ์ภายนอกภายในเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบรองรับ ระบบความปลอดภัย และราคาค่าตัว...

New GS 2012 คือรถ Lexus รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่ไม่เป็นสองรองใคร ทั้งสมรรถนะและความคุ้มค่าสมราคา ประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของค่ายหัวลูกศร และภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นความหรูหรามีระดับ รังสรรค์งาน Road-car 4 ประตูตัวใหม่ล่าสุดในตระกูล GS โดยใช้แนวความคิดแตกต่างจากทางเลือกเดิม ซึ่งเป็นซาลูนหรูตระกูลยุโรปอย่าง BMW Series-5/Mercedes Benz E-Class/Audi A6/Jaguar XF ลูกค้าของ Lexus ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการแปลกแยกและแตกต่างอย่างชัดแจ้งบนถนน ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูงที่ไม่ซ้ำซากจำเจกับบรรยากาศเก่าๆ นิยมยนตรกรรมที่อุดมไปด้วยภาพลักษณ์อันสง่างาม ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงบางรายการที่ไม่มีติดตั้งในรถยุโรป กับงานภายในที่อลังการจากการเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่หรูหรา ตำแหน่งการจัดวาง และรูปแบบที่ผิดแปลกไปจากกลุ่มรถสปอร์ตซาลูนจากยุโรปอย่างสิ้นเชิง
ผมเขียนถึงรถ New GS มาแล้วถึง 2 ตอน ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการเปิดตัวในอเมริกา จนมาถึงการเปิดผ้าคลุมในประเทศไทย และตามด้วยการขับขี่ทดสอบที่ได้ขับกันแบบเต็มๆ บนตัวรถที่กำลังเป็นที่สนใจทั้งในยุโรปและอเมริกา ลูกค้าของ Lexus GS ทั่วโลกมักเป็นลูกค้าเก่าที่ครอบครอง Series-5 /E-Class/ A6 อยู่บ้างแต่ไม่มาก ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ต้องเดินทางไปประชุมบ่อยครั้ง และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในรถ ระหว่างการเดินทางไปทำงานยังสถานที่ต่างๆ พาหนะที่ใช้จึงถูกมองไปที่การเน้นภาพลักษณ์ทางสังคมและประสิทธิภาพของการใช้งานควบคู่กันไป นี่คือหนึ่งในยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี และขับได้ดีเทียบเท่า หรือเหนือกว่ารถยุโรปในเซกเมนต์เดียวกันหลายคันเลยทีเดียว
แสงเงาสปอตไลท์ในงานเปิดตัวเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ไม่เท่ากับสภาพแสงจริงแบบ Outdoor ในวันทดสอบที่ 16 มีนาคม ผมนำมันออกมาเก็บภาพแบบเดี่ยวๆ ท่ามกลางบรรยากาศของขุนเขาในเขตวนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อมองดูให้ดีจะเห็นได้ถึงความแตกต่างจากรุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน รถ New GS 250 Model 2012 สี Fire Agate Mica Metallic ในรถคันทดสอบคล้ายคลึงกันกับสีน้ำตาลของ Chocolate รถ Lexus New GS 2012 ถูกปรับเปลี่ยนทรวดทรงอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับโมเดลที่ผ่านมา มันปราดเปรียวมากขึ้นจากกระจังหน้าแบบใหม่และไฟหน้าที่เฉี่ยวคม ชุดไฟหน้าประกอบไปด้วยหลอด LED พลังสูงในส่วนของไฟ Daytime-Runing ทรง L-Shape กับทรงกระบอกของไฟโปรเจคเตอร์ซีนอนและหลอดไฟเลี้ยวอยู่ในกรอบโพลิเมอร์ใส ทรงของไฟหน้ากลมกลืนไปกับชุดสปอยเลอร์หน้า โดยมีหน้ากระจังขนาดใหญ่ Spindle Grille ตามสมัยนิยม หุ้มด้วยงานพลาสติกโครเมียม เพื่อเน้นบรรยากาศของความหรู ไฟตัดหมอกทรงกลม กรอบหุ้มด้วยโครเมียมเงาๆ เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ใหม่หมดจดของด้านหน้าแบบสปอร์ต ที่เน้นความใหญ่โตของกระจังหน้าในการเหนี่ยวนำอากาศ เพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์
ด้านข้างดีไซน์แบบเรียบๆ กรอบบานประตูทั้ง 4 หุ้มงานอัลลอยเงาๆ สะท้อนมุมมองแบบ Progressive Luxury กระจกมองข้างขนาดใหญ่ฉาบด้วยสารป้องกันการสะท้อนแสง มีเลนส์ไฟเลี้ยวอยู่ภายในเพื่อเพิ่มมุมมองด้านความปลอดภัย เสาหน้าลาดเอียงสอดรับกับแนวโค้งของหลังคาจรดเสาท้าย ด้านข้างของเจ้า New GS 2012 ไม่มีชิ้นงานกันกระแทกมาให้เกะกะสายตา มือจับประตูขนาดกำลังพอดี น้ำหนักของการปิด-เปิดบานประตู พอๆ กันกับรถยุโรปซึ่งเป็นสปอร์ตซาลูนขนาดกลางตระกูลหรูทั่วไป ล้ออัลลอยลายสวยสี Gun Metallic ในรุ่น F-Sport ออกแนวเข้มและดุดันจากสีของวงล้อแม็กทั้ง 4 ห่อหุ้มด้วยยาง Bridgestone รุ่น Turanza ER33 ไซส์ 235/45/R18 ทั้ง 4 ล้อ ลายดอกยางของรุ่น Turanza จากค่าย Bridgestone ออกแบบมาเพื่อลดแรงต้านของการหมุนและลดเสียง ให้การยึดเกาะในระดับที่ดี รวมถึงมุมมองที่สวยงามพอเหมาะกับขนาดของซุ้มล้อบนตัวรถสปอร์ตซาลูนรุ่นนี้ได้อย่างเหมาะสม รถ Lexus New GS มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานอากาศ 0.26 ซึ่งถือว่าเป็นซาลูนขนาดกลางที่มีระบบอากาศพลศาสตร์ในระดับต่ำ ส่งผลไปถึงการทรงตัวที่ความเร็วสูงและประหยัดเชื้อเพลิง แนวขอบประตูแบบ Sling Shot ยังช่วยทำให้การเข้า-ออกจากห้องโดยสารสะดวกสบายขึ้น
ไฟท้ายและสัดส่วนของบั้นท้ายคล้ายกับรุ่น IS250 แต่มีมิติที่ใหญ่โตกว่า ไฟท้ายทรงยาวใช้หลอดไฟแบบ LED ให้มุมมองที่ชัดเจน ฝาหลังมีสันขอบยกตัวขึ้นเล็กน้อย เดินขอบด้วยงานพลาสติกโครเมียม ไฟเบรกดวงที่สามซึ่งใช้หลอด LED อีกเช่นกัน ถูกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางภายในกระจกบานหลัง ท่อระบายไอเสียทรงสปอร์ต มีดีไซน์ที่คล้ายกับรุ่น LS 460 ใช้วัสดุพวกอัลลอย วางตัวเองอยู่ในตำแหน่งมุมทั้งสองข้างของสปอยเลอร์หลัง ฝาท้ายเปิดออกแบบอัตโนมัติด้วยงานกดที่รีโมตกุญแจ มีพื้นที่เพียงพอในการบรรจุสัมภาระขนาด 530 ลิตร จากรุ่นเดิม 430 ลิตร สามารถใส่ถุง Golf ได้ 4 ใบ หรือกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับ 4 คน แบบสบายๆ ฝาท้ายที่เปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ ด้วยการสั่งงานที่กุญแจรีโมตยังช่วยเพิ่มความสะดวก ยามต้องขนข้าวของโดยไม่ต้องใช้มือเปิดอีกด้วย
Tokuo Fukuichi ผู้บริหารสูงสุดของสายงานออกแบบ Toyota/Lexus ได้ทำลายกำแพงเดิมๆของการออกแบบห้องโดยสาร เพื่อสื่อให้เห็นถึงแนวทางใหม่ที่ไม่ยึดติดกับขั้นตอนเก่าๆของสัดส่วน Fukuichi ใช้การจัดวางอุปกรณ์ และคัดสรรวัสดุชั้นดีมาตกแต่งภายใน Cockpit ของ New GS 2012 อายุงาน 30 ปี ของ Tokuo Fukuichi กับการออกแบบตัวรถที่มียอดขาย 7 ล้านคันต่อปีของ Toyota ทำให้แนวทางเดิมๆถูกลบเลือนไปจนแทบไม่เหลือภาพลักษณ์เก่าในรุ่นที่ผ่านมา เจ้า New GS 2012 มีพื้นที่กว้างขวาง เบาะนั่งถูกปรับปรุงให้นั่งได้สบายขึ้นยามเดินทางไกล พื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้นอีก 15 มิลลิเมตร เบาะนั่งของผู้โดยสารตอนหลังมีตัวเลขของความสูงเพิ่มมากขึ้นอีก 20 มิลลิเมตร ขั้นตอนของการพัฒนาบนแนวคิด Human Machine Interface เชื่อมโยงการนั่งขับและโดยสารให้เข้ากันกับการจัดวางอุปกรณ์อย่างลงตัวเทียบเท่ารถยนต์คู่แข่ง โดยมีรูปแบบของสวิตช์ปุ่มปรับโหมดต่างๆและผิวสัมผัสที่ให้ความพึงพอใจกับผู้ใช้งานอย่างสูงสุด
ห้องโดยสารของ All New GS Model ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยให้ความสำคัญสูงสุดในตำแหน่งขับขี่ รวมถึงตำแหน่งเบาะด้านหลังที่นั่งได้สบายเนื้อสบายตัว ผู้โดยสารตอนหลังมีพื้นที่ในการวางเท้ากว้างกว่าปกติ จากการมีมิติภายในที่กว้างขวาง แผงหน้าปัดขนาดมหึมา โอบล้อมห้องโดยสารบริเวณกระจกบังลมด้านหน้า ให้ความรู้สึกมั่นคงเหมือนนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์หุ้มหนัง แดซบอร์ดทำจากโฟมขึ้นรูป ห่อหุ้มด้วยหนังแท้ตัดเย็บด้วยงานฝีมือประณีต โชว์ตะเข็บด้าย บริเวณแผงหน้าปัดถูกแบ่งออกเป็นสองโซน ประกอบไปด้วยโซนแสดงข้อมูลส่วนกลางหรือ Display Zone ที่แสดงข้อมูลผ่านจอแสดงผล EMV ขนาด 12.3 นิ้ว ในรุ่น GS350 ซึ่งให้ความคมชัดสูง ส่วนรุ่น GS250 เป็นจอมาตรฐานขนาดย่อมลงมาเล็กน้อย ในส่วน Operation Zone ประกอบด้วยเม้าท์ควบคุมและสั่งงานโหมดต่างๆเช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม การค้นหาสถานที่ต่างๆ ระบบเครื่องเสียงและการปรับตั้งค่า ระบบตรวจสอบและปรับตั้งการควบคุมต่างๆของตัวรถ แสดงโหมดการเล่นเพลงและปรับตั้งระดับเสียง มาตรวัดรอบและความเร็วที่ให้โทนสีสบายตา ใช้พื้นหน้าปัดมาตรวัดสีดำตัวเลขเรืองแสงสีขาว คล้ายกับมาตรวัดในรุ่น ISF กึ่งกลางของเบาะโดยสารตอนหลังที่เป็นพนักเท้าแขน มีชุดควบคุมเครื่องเสียงกับชุดปรับตั้งอุณหภูมิฯ ติดตั้งมาให้ เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับเจ้าของที่นิยมใช้พนักงานขับรถมากกว่าจะขับขี่ด้วยตัวเอง
วงพวงมาลัยแบบสามก้าน ผลิตจากวัสดุประเภทไม้และหนัง มีสวิตช์ปรับเครื่องเสียง โทรศัพท์ไร้สายแบบบูลทูธ พร้อมด้วยก้านสวิตช์ปรับตั้งความเร็วแบบอัตโนมัติ และสวิตช์ควบคุมที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ แป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัย ถูกยึดติดกับวงพวงมาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกยามต้องเปลี่ยนอัตราทด พร้อมๆไปกับการหักเลี้ยวตัวรถเพื่อเปลี่ยนทิศทาง ภายใน Cockpit ของ New GS 2012 ยังติดตั้งไฟเรืองแสง White LED Ambient Light (Lexus's First Technology) ให้มุมมองที่สว่างยามใช้งานในเวลาค่ำคืน คอนโซลกลางต่ำลงมายังมีนาฬิกาดิจิตอลแบบเข็มประทับตรา Lexus ใช้วัสดุพวกอัลลอยสีเงิน เชื่อมโยงบรรยากาศของความหรูหรากับการใช้งานได้อย่างลงตัว ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ หุ้มกรอบด้วยชิ้นงานอัลลอยลายไม้หรือโลหะที่แผงประตูและคอนโซลกลาง (แล้วแต่รุ่น) คาดกลางเพื่อความสวยงาม ชุดเครื่องเสียง Mark Levinson อยู่ในตำแหน่งด้านบนของชุดควบคุมอุณหภูมิ เครื่องเสียงมาตรฐานมาพร้อมกับ Class D amplifier และลำโพงอีก 17 ตัว ระบบปรับอากาศใน New GS 2012 ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิมถึง 10 เท่า ใช้เทคโนโลยี S-Flow ทำหน้าที่ปิดช่องความเย็น ที่ปล่อยไอเย็นในส่วนที่ไม่มีผู้โดยสารนั่ง เพื่อทำให้ระบบปรับอากาศทำงานอย่างเหมาะสม
All New GS 2012 ใช้ระบบควบคุมการเลี้ยวที่แม่นยำ แม้ขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยมีจุดเด่นของเทคโนโลยีใหม่คือ ตัวถังและช่วงล่างที่ออกแบบใหม่หมด มีการกระจายน้ำหนักที่ดีเยี่ยม ระบบรองรับแบบดับเบิลวิชโบนที่ด้านหน้า และมัลติลิงก์ที่ด้านหลังทำงานควบคู่ไปกับระบบ Active Variable Suspension (AVS) ช่วยควบคุมทิศทางและตอบสนองต่อการหักเลี้ยวที่ดี กลไก Lexus Dynamic Handling ประสานการทำงานกับ Active Varable Suspension (AVS) และระบบ Variable Gear Ratio Steering (VGRS) รวมถึงระบบ Vehicle Dynamic Integrated Management (VDIM) ประสานการทำงานของล้อหน้าและหลังในระหว่างการหักเลี้ยวพวงมาลัย ทำให้ New GS 2012 มีวงเลี้ยวที่แคบที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับรถคู่แข่ง
ฟังก์ชั่นการขับ 4 รูปแบบ ตอบสนองต่อการควบคุมในทุกระดับความเร็ว โดยเริ่มจาก ECO-Mode/ Normal Mode/Sport Mode/Sport + Mode ครอบคลุมในทุกระดับความเร็วของการขับขี่ ตั้งแต่เริ่มออกตัวไปจนถึงการพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูง ในหมวด ECO-Mode จะมีอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่ดีที่สุด ไปจนถึงโหมดสูงสุดหรือ Sport + Mode ที่ให้การตอบสนองไม่แตกต่างจากสปอร์ตคาร์ชั้นดี ทั้งเสียงเครื่องยนต์ คันเร่ง พวงมาลัย เบรก และการปรับเปลี่ยนอัตราทด
เครื่องยนต์ของ New GS 250 คันทดสอบ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 รหัส 4GR-FSE 2.5L ปริมาตรความจุ 2,499 ซีซี. Dual VVT-i (Variable Valve Timing with intelligence) แรงม้าสูงสุด 207 แรงม้าที่ 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสุงสุด 253 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Automatic (with manual paddle-shift mode) 6 Speed อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรใน 8.3 วินาที ความเร็วสุงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบความปลอดภัย Front knee Airbags / Front Side And Curtain Airbags / Pre-Collision System / Vehicle Swerve Control / Traction Control / Hill-Start Assist / ระบบเบรกใช้จานดิสเบรกขนาด 340 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้ากับคาร์ลิบเปอร์ 4 พอตของ Lexus ส่วนด้านหลังใช้จานเบรก 320 มิลลิเมตร คาร์ลิบเปอร์ 2 พอต พร้อม ABS / EBD Electronic Brakedforce Distribution, Brake Assist, Vehicle Dynamics Integrated Management.

ติดตามอ่าน "ทดลองขับ All New Lexus GS 250" ได้ในตอนต่อไปครับ


ดูคลิปวีดีโอได้ที่นี่



Lexus GS 250 Technical Specifications

ENGINE
Engine Type: V6, 24-valve
Capacity(cc): 2,499
Max. power(bhp/kW @ rpm): 206/154 @ 6 400rpm

TRANSMISSION
Type: Six-speed sequential-shift, intelligent Electronically Controlled (ECT-i) automatic Transmission

BRAKES
Type: Discs (front and rear)
Additional features: ABS, Electronic Brakedforce Distribution, Brake Assist, Vehicle Dynamics Integrated Management

DIMENSIONS
Overall length(mm): 4,850
Overall width(mm): 1,840
Overall height(mm): 1,455
Wheelbase(mm): 2 850
Luggage Capacity(l): 566 (with tyre repair kit)

PERFORMANCE
Acceleration 0-62mph(sec): 8.3
Max. speed(mph) 142=230 km/h
Fuel consumption - combined(mpg): 31.7mpg
C02 Emissions (g/km): 207

Fuel Tank Capacity (Litres)...........65 Gross
Vehicle Weight...............................2170 Kg
Luggage Capacity (Seats Down) N
Luggage Capacity (Seats Up)........552 Max.
Loading Weight..............................530 Max.
Towing Weight - Braked................1600
Max Towing Weight - Unbraked .... 750
Minimum Kerbweight.....................1640
No. of Seats......................................5
Turning Circle - Kerb to Kerb..........10.6

Height.............................................1,455 mm.
Height (including roof rails)...........N
Length............................................4,850 mm.
Wheelbase .....................................2,850 mm.
Width..............................................1,840 mm.
Width (including mirrors)...............N

Lexus New GS 250 Luxury............4,590,000
Lexus New GS 250 Permium.........5,090,000
Lexus New GS F-Sport Moonroof....4,990,000
Lexus New GS 350 F-Sport Moonroof.....6,690,000
Lexus New GS 450h Hybrid......................7,790,000


Arcom roumsuwan
E-Mail
Facebook
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: